|
ขรก.เฮนายกฯเผยปรับเงินเดือนงบปี2554 |
|
วันอังคารที่ 22 มิถุนายน 2010 เวลา 16:05 น. |

ขรก.เฮนายกฯเผยปรับเงินเดือนงบปี2554
ข้าราชการเฮ นายกฯ เผยปรับเงินเดือนให้ช่วงท้ายปีงบประมาณ 2554 ส่วน ปลัดคลัง แย้มข่าวดีตั้ง 3 หมื่นล้าน ปรับโครงสร้างเงินเดือน ขรก.ทั้งระบบ เตรียมเคาะขึ้นเบาะๆ 4-5% คาดดีเดย์ เม.ย.ปีหน้า พร้อมมอบนโยบาย ขรก.ทั่วประเทศ ชี้การทำงานต้องยึดค่านิยมแบบ FIT เพื่อสร้างวัฒนธรรมการทำงาน ขรก.รูปแบบใหม่ “มีวินัย-ทันสมัย-โปร่งใส”
ทำเนียบรัฐบาล (22 มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมครม.ถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เตรียมปรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ 5 เปอร์เซ็นต์ ในปีงบประมาณ 2554 ว่า เราได้เตรียมงบประมาณไว้สำหรับครึ่งปี หากคณะกรรมาธิการเห็นชอบตามที่ได้ตั้งไว้ในงบประมาณก็จะขึ้นเงินเดือนได้ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2554
สำหรับเหตุผลที่ขึ้นเงินเดือนให้เพียงครึ่งปี เพราะหากขึ้นเงินเดือนให้เต็ม 1 ปีจะเป็นภาระที่เยอะเกินไปสำหรับปีงบประมาณ
ต่อข้อถามว่าการขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการในงบประจำจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับการเงินและการคลังหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขณะนี้หากนำงบประจำไปเปรียบเทียบกับงบลงทุนตามงบประมาณปี 2554 แล้ว ก็ถือว่ามีสัดส่วนลดลง โดยงบประจำจะแบ่งเป็น 3 ส่วนคือเงินเดือน ค่าใช้จ่ายประจำและเงินอุดหนุน ซึ่งปัจจุบันนั้นในหมวดของเงินอุดหนุนหรือเงินที่จ่ายตามนโยบายค่อนข้างจะ สูง เพราะมีเรื่องของนโยบาย อาทิ เรียนฟรี และเบี้ยยังชีพ ที่จะถูกจัดอยู่ในงบประจำ
ดังนั้น จึงอย่าไปมองว่างบประจำเป็นงบประมาณที่ไม่มีประโยชน์หรือเป็นงบที่สูญเปล่า เพราะการลงทุนทางสังคมจะอยู่ในหมวดของงบประจำเกือบหมด
ส่วนของเงินเดือนนั้นก็ได้มีการควบคุมไม่ให้เกินสัดส่วนที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว โดยทั้ง ก.พ. และ ก.พ.ร.ก็ดูแลอยู่
“ขณะเดียวกันแผนของราชการเราก็ชัดเจนว่าค่าตอบแทนของคนในระบบราชการก็ต้องเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงในภาคเอกชนด้วย เพราะอาจจะมีปัญหาในการรักษาคนหรือดึงดูดคนเข้าสู่ระบบ และในส่วนของข้าราชการก็ไม่ได้ปรับมานานพอสมควร เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าช่วงครึ่งปีหลังของงบประมาณปี 2554 น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสม ”นายกฯ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การปรับขึ้นเงินเงินข้าราชการครั้งนี้จะเป็นการปรับตามบัญชีท้ายพรบ.งบประมาณ ส่วนการปรับขึ้นตามความดีความชอบและการปรับขึ้นเงินเดือนโดยอัตโนมัตินั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ปรับอยู่แล้ว ส่วนงบประมาณที่ต้องใช้สำหรับการขึ้นเงินเดือนครั้งนี้น่าจะอยู่ที่ 3 หมื่นล้าน แต่จะเอางบประมาณมาจากไหนนั้นไม่มีปัญหา เพราะตอนทำงบประมาณ ตนได้ขอให้กระทรวงการคลังมองไปข้างหน้าว่าภาระด้านงบประมาณต่าง ๆ นั้นเป็นอย่างไร เพื่อให้มีตัวเลขค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนในเรื่องของค่าใช้จ่ายประจำอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าเป็นการขึ้นเงินเดือนข้าราชการอาจจะเป็นการซื้อใจข้าราชการเพื่อเตรียมการไปสู่การเลือกตั้งหรือ ไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ อาจจะมีการเลือกตั้งก่อนที่จะได้มีการขึ้นเงินเดือนข้าราชการก็ได้ ใครจะไปรู้ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องการบริหาร เพราะเราได้รับเรื่องร้องมาจากข้าราชการมาตลอด ว่าอยากขึ้นเงินเดือนตั้งแต่ปี 2552 แต่ขณะนั้นสภาพเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย มาปี 2553 หาก ถามใจคนอยากให้ก็อยากให้ขึ้นเงินเดือนทั้งปี แต่กำลังเงินยังไม่เหมาะก็ให้ขึ้นครึ่งปี ”
เมื่อถามว่าเมื่อขึ้นเงินเดือนข้าราชการจะทำให้มีปัญหาเรื่องเงินเฟ้อหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องเงินเฟ้อนั้นขณะนี้ทางธนาคารแห่งประเทศไทยยังดูแลอยู่อย่างเหมาะสม และได้ส่งสัญญาณว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปี2553 ต่อเนื่องถึง ต้นปี 2554 อาจจะต้องทบทวนเรื่องของนโยบายทางการเงิน โดยจะต้องเป็นไปตามแนวโน้มของเศรษฐกิจ
ด้านนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการโครงการ “CCO-MOF ภูมิภาค” หัวหน้าส่วนราชการ สังกัดกระทรวงการคลังส่วนภูมิภาคทั่วราชอาณาจักร โดยกล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการคลัง ร่วมกับสำนักงานข้าราชการพลเรือน พิจารณาปรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการต่างๆ โดยระบุว่าขณะนี้ไม่ใช่เป็นการปรับเพิ่มเงินเดือน แต่เป็นการปรับโครงสร้างทั้งระบบ เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพ การทำงานตามวิชาชีพของแต่ละสาขาในปัจจุบัน เช่น วิชาชีพการแพทย์ การทำงานผ่านการบรรจุแล้ว จะได้รับเงินเดือนมากกว่าเงินเดือนขั้นต่ำ
“การปรับระบบเงินเดือนครั้งนี้จะครอบคลุมทั้งข้าราชการครู ตำรวจ ทหาร อัยการ ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินประมาณ 30,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเริ่มมีผลในปีหน้า ประมาณเดือนเมษายน 2554 ตามแผนงานที่ตั้งเอาไว้”
ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า การปรับขึ้นผลตอบแทนข้าราชการเป็นเรื่องที่นายภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายตั้งแต่ต้นปีงบประมาณปี 2553 โดยให้นโยบายการปรับปรุงสถานะของข้าราชการทั่วไป 5 ด้าน ได้แก่ 1. การปรับฐานเงินเดือนขั้นต่ำ 2.การปรับฐานเงินเดือนขั้นสูง 3.การปรับฐานเงินเดือรแรกบรรจุ หรือฐานเงินเดือนเมื่อทดลองผ่านข้าราชการ 4.การปรับปรุงค่าตอบแทนในพื้นที่หรือท้องที่ที่แตกต่างกัน หรือการปรับปรุงค่าตอบแทนวิชาชีพหรือสาขางานที่แตกต่างกัน เช่น แพทย์เป็นต้น และ 5.การปรับขึ้นเงินเดือน ซึ่งการปรับขึ้นเงินเดือนเป็น 1 ใน 5 เรื่องที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ไปศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้
ทั้งนี้ ในส่วนของการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ต้องมีการหารือกับข้าราชการอื่น ทั้งตำรวจ ทหาร อัยการ ครู เพื่อมองดูทั้งระบบ ขณะนี้อยู่กระบวนการหารือกันระหว่างข้าราชการกลุ่มต่างๆ ซึ่งใกล้ที่จะดำเนินการแล้วเสร็จ เพื่อเสนอ ก.พ.แล้ว
“การปรับปรุงสถานะของข้าราชการทั้งระบบประมาณ 3 หมื่นกว่าล้านบาท ในส่วนของการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการจะใช้งบประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งทาง ก.พ.อยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการได้ประมาณ 4-5%”
สำหรับประเด็นสำคัญ ปลัดกระทรวงการคลังได้มอบนโยบายการทำงานให้กับข้าราชการส่วนกลางและภูมิภาคให้มีค่านิยมการทำงานที่มี 3 เรื่อง หรือ ที่เรียกย่อๆ ว่า FIT ส่วนแรกมาจาก Firm คือมีความมั่นคง การดำเนินงานต้องคำนึงถึงระเบียบวินัยทางด้านการคลัง มีความมั่นคงขององค์กร ส่วนที่สองมาจาก Innovative คือความทันสมัยด้วยนวตกรรม ถือเป็นการบริหารแบบมืออาชีพ กระทรวงการคลังขณะนี้เป็นการทำงานแบบไร้กระดาษ การเวียนหนังสือ การแจ้งเพื่อทราบ การออกคำสั่งไม่ต้องใช้กระดาษ เหลือแต่เรื่องที่ต้องอนุมัติที่ยังต้องใช้กระดาษอยู่
ส่วนที่สามมาจาก Transparent เป็นเรื่องความโปร่งใส ซึ่งทางกระทรวงการคลังได้ออกจรรยาบรรณไปแล้ว เพื่อให้การดำเนินงานทุกอย่างมีความโปร่งใส โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีการกำหนดการรายงานการถือหลักทรัพย์ต่างๆ เพื่อให้มีความโปร่งใสว่าไม่ได้ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ จากข้อมูลภายในเพื่อผลประโยชน์ในทางธุรกิจหรือลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนั้น ยังห้ามข้าราชการเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นกรรมการ หรือผู้จัดการ ในบริษัทที่มีความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์กับองค์กรที่ทำงานอยู่
ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวเสริมว่า นโยบาย FIT ต้องการส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานของข้าราชการรูปแบบใหม่ ที่จะนำไปสู่การผลักดันให้กระทรวงการคลังไปสู่กระทรวงที่เป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งหมายถึงต้องผลักดันให้สังคมไทยมีความสมดุลทั้งด้านแศรษฐกิต สังคม และสิ่งแวดล้อม
|
คอมเมนต์คอมเมนต์