ป้ายโฆษณา
Atnn Online :
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
สองโจรกรุงปล้นเซเว่นยิงสู้ตร.แต่หนีไม่รอด
วันอาทิตย์ที่ 01 สิงหาคม 2010 เวลา 08:12 น.
|



โจรชิงทรัพย์เหยื่อหน้าร้านเซเว่นย่านห้วยขวาง ตำรวจรวบได้ 1 แต่อีกคนเผ่นหนีชักปืนยิงใส่ตำรวจกันสนั่นเมือง จับเด็กเป็นตัวประกัน ก่อนไปจี้แท็กซี่ให้พาหนีแต่รถติด ตำรวจตามมาดักทัน ยังไม่ยอมหยุดยิงทะลุกระจกใส่ตำรวจ พร้อมยิงโชเฟอร์แท็กซี่เพราะขัดขืน สุดท้ายหนีไม่รอดตำรวจเข้าชาร์จตัวไว้ได้ ขยายผลค้นห้องพัก-รถเจอยาบ้า-ไอซ์เพียบ โดนอ่วมเกือบ 10 ข้อหา



กรุงเทพฯ (1 ส.ค.) ร.ต.ท.นิรภัย ธะกอง พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.ห้วยขวาง รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 19.30 น. วานนี้ (31 ก.ค.) ว่ามีคนร้ายใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์บริเวณหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ด้านหน้าอาคารจอห์นนี่ ทาวเวอร์ 3 ถนนประชาอุทิศ แขวงและเขตห้วยขวาง จึงประสาน พ.ต.ต.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ สว.สส.สน.ห้วยขวาง นำกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน 5 นาย และเจ้าหน้าที่สายตรวจ สน.ห้วยขวาง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบชายต้องสงสัย 2 คน จึงแสดงตัวขอตรวจค้นแต่ปรากฏว่าคนร้ายทั้งสองพยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมตัวไว้ได้หนึ่งคนคือ นายสมเกียรติ รูปสม อายุ 40 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก

ส่วนคนร้ายอีกคนทราบชื่อภายหลังคือนายเอกรินทร์ แสงหิรัญ หรือ เกรียงไกร ซ้ายขวัญ อายุ 33 ปี ได้อาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีเข้าไปภายในอาคาร และชักปืนขนาด 9 มม.ขึ้นมายิงใส่เจ้าหน้าที่ แต่ปรากฏว่าปืนเกิดขัดลำกล้องยิงไม่ออก นายเอกรินทร์ จึงปืนกำแพงข้ามไปยังอาคารเอเทรียม รีสอร์ท บูติก พร้อมทั้งยิงปืนใส่เจ้าหน้าที่อยู่เป็นระยะ แล้วหลบหนีเข้าไปในอู่ซ่อมรถที่ติดกับสำนักงานเขตห้วยขวาง พร้อมทั้งจับเด็กผู้ชายคนหนึ่งไว้เป็นตัวประกัน

จากนั้นนายเอกรินทร์ ได้ออกจากอู่ซ่อมรถไปจี้รถแท็กซี่  ที่มีนายอำนาจ สังข์ศิริ เป็นผู้ขับขี่ และเมื่อขับรถมาถึงบริเวณหน้าสำนักงานเขตห้วยขวาง การจราจรติดขัด ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามมาขวางหน้ารถแท็กซี่ไว้ นายเอกรินทร์ จึงตัดสินใจยิงทะลุกระจกหน้ารถใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจไป 4 นัดเป็นจังหวะที่นายอำนาจ พยายามขัดขืนจึงถูกยิงที่ขาซ้าย และแขนซ้าย บาดเจ็บ

นายเอกรินทร์ จึงรีบวิ่งหนีไปตามถนนประชาอุทิศ มุ่งหน้าสี่แยกเหม่งจ๋าย พร้อมกับหันมายิงใส่ตำรวจที่วิ่งไล่จับอยู่เป็นระยะ เมื่อเห็นแท็กซี่ ที่มีนายสมพงษ์ ปริวันตา เป็นคนขับ จอดอยู่บริเวณหน้าปั้มน้ำมันบางจาก จึงเปิดประตูเข้าไปจี้นายสมพงษ์ ให้ขับรถพาหนีอีกรอบ นายสมพงษ์ จึงตัดสินใจดับเครื่องแล้วกระโดดลงจากรถทันที ทำให้ตำรวจที่ไล่ตามมาสามารถจับกุมนายเอกรินทร์เอาไว้ได้

จากเหตุดังกล่าวได้มีประชาชนที่อยู่ในเส้นทางหลบหนีของนายเอกรินทร์ ถูกกระสุนลูกหลงได้รับบาดเจ็บไปทั้งหมด 3 ราย ได้แก่ นายสำราญ ใจงาม อายุ 40 ปี ถูกยิงเข้าที่ท้ายทอย ในบริเวณอู่ซ่อมรถ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพระราม 9 นายสมชาย อัธพงษ์ อายุ 31 ปี ถูกยิงที่ข้อพับแขนซ้าย ถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท และนายอำนาจ โชว์เฟอร์แท็กซี่คันแรกที่ถูกนายเอกรินทร์จี้ โดยขณะนี้อาการสาหัส ยังไม่พ้นขีดอันตราย ต้องอยู่ในห้องไอซียูโรงพยาบาลราชวิถี

จากการสอบปากคำนายสมเกียรติกับนายเอกรินทร์ เบื้องต้นให้การรับสารภาพ แต่ยังมีผู้ต้องหาอีก 1 คน คือ นายอภิชาติ ปรีชา สามารถหลบหนีไปได้ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดของกลางอาวุธปืนพกสั้น ขนาด 9 ม.ม.จำนวน 2 กระบอก เป็นยี่ห้อบาร์เร็ตต้า 1 กระบอก และซิกซาวเออร์ อีก 1 กระบอก พร้อมกระสุน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง กระเป๋าสตางค์ 2 ใบ ซิมการ์ดโทรศัพท์ 1 อัน และจากการขยายผลเข้าตรวจค้นห้องพักของกลุ่มผู้ต้องหา เลขที่ 262/109 ชั้น 9 อาคารจอห์นนี่ ทาวเวอร์ 3 ก็ พบเศษยาไอซ์ในซองพลาสติก พร้อมอุปกรณ์การเสพอยู่ในกระเป๋าสะพายของนายเอกรินทร์ ถูกซุกซ่อนในตู้เสื้อผ้า

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน พยายามฆ่า หน่วงเหนี่ยวกักขัง พยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่่ ขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่ มีอาวุธปืนและพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และมีเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า,ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดีต่อไป

 



|
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช