ป้ายโฆษณา
Atnn Online :
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
ฮอลแลนด์-สเปนคู่ชิงในฝัน ประวัติศาสตร์ใหม่บอลโลก
วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฏาคม 2010 เวลา 13:34 น.
|

  

ฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ มาถึงบทสุดท้าย สำหรับคูชิงชนะเลิศระหว่างฮอลแลนด์ ที่ไม่แพ้ใครตลอดทัวร์นาเมนท์ จะรักษาสถิติและหยิบแชมป์โลกไปครอง หรือสเปน จะยึดเยียดความปราชัยและเป็นฝ่ายได้ถ้วยบอลโลกไป ไม่ว่าชาติไหนได้แชมป์ก็จะเป็นชาติที่ 8 ที่ได้ครองถ้วยฟุตบอลโลก เป็นครั้งแรกของทั้ง 2 ชาติ

มาพูดถึงนัดชิงชนะเลิศสุดมันซึ่งผมยกให้เป็นคู่ชิงในฝันซึ่งฟุตบอลโลกหน หลังๆไม่ค่อยมีโอกาสเห็นทีมใหญ่ทีมที่เล่นสนุกโคจรมาพบกัน ระหว่างฮอลแลนด์กับสเปนนั้น ทีม "กระทิงดุ"ผมมองว่าเล่นยิ่งดี มีกุนซือที่วางแผนแก้เกมเก่งฉกาจอย่าง เดล บอสเก้ พิสูจน์ในเกมซัดเยอรมนี ร่วงตกรอบ จึงมิใช่งานง่ายของ ฮอลแลนด์อย่างแน่นอน

"ชีวิตคือการต่อสู้ ศัตรูคือยาชูกำลัง" ทีมอัศวินสีส้ม คงจะต้องคิดให้ได้อย่างนั้น ก่อนที่จะลงทำศึกฟุตบอลโลก 2010 นัดชิงชนะเลิศ เพราะสถิติชัยชนะในนัดชิงฯ ที่ผ่านมาของ ฮอลแลนด์ คือ 0

ขนาดยุคทศวรรษ 70 ที่ทีมรุ่งเรืองสุดๆ ด้วยสไตล์การเล่นฟุตบอลสมัยใหม่ (ในยุคนั้น) แบบโททัลฟุตบอล มียอดนักเตะอย่าง โยฮัน ครัฟฟ์, โยฮัน นีสเกน, จอห์นนี่ เรปป์, รุด ครอล, ร็อบบี้ เรนเซนบริงค์ รวมทั้งสองพี่น้องตระกูลแวน เดอ เคอคอฟฟ์ ยังไม่ได้แชมป์

แน่นอนการเข้าชิงสองสมัย (ในปี 1974 และ 1978) พวกเขาเป็นต่อก่อนลงสนามอยู่พอสมควรทีเดียว แต่สุดท้ายต้องอกหักกลับประเทศไป หลายคนปลอบใจว่าเพราะเจอกับเจ้าภาพอย่าง เยอรมันตะวันตกและอาร์เจนติน่า บ้าง โชคร้ายบ้าง ก็ว่ากันไป

ทีม "อัศวินสีส้ม" ของเบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์จ มาฟุตบอลโลกในครั้งนี้แบบไม่ค่อยกดดัน เพราะคนคาดหวัง หรือจับตา ฮอลแลนด์ ทีมนี้ไม่มากนัก ส่วนหนึ่งก็มองจากผลงาน "ท่าดี ทีเหลว" ในศึกยูโร 2008 ในยุค มาร์โก้ แวน บาสเท่น แต่ ฮอลแลนด์ ทีมนี้ไม่เหมือนเมื่อสองปีที่แล้ว ด้วยระบบการเล่นที่รัดกุมขึ้น และผู้เล่นที่มีพรสวรรค์อย่าง อาร์เยน ร็อบเบน และเวสลี่ย์ สไนเดอร์ แม้จะเป็นทีมที่อายุเฉลี่ยสูงที่สุดของดัทช์ นับตั้งแต่ปี 1978 เป็นต้นมา คือ 28 ปี 342 วัน ที่จริงส่วนใหญ่ไม่ได้แก่และยังแข็งแกร่ง แต่เจอค่าเฉลี่ยของบางคนดึงเท่านั้นเอง (ฟาน บอมเมล 33 , ฟาน บรองฮอร์สต์ 35, อังเดร ออยเยอร์ 35 ซานเดอร์ บอชเคอร์39)

สถิติที่ผ่านมาในฟุตบอลโลกครั้งนี้สวยงามหมดจด พวกเขาชนะรวดทุกนัดตั้งแต่รอบแรกยันรอบรองชนะเลิศ แบบไม่มีต่อเวลาด้วย แถมยังสร้างสถิติใหม่ในฟุตบอลโลกคือชนะ 14 เกมติดต่อกัน (รวมรอบสุดท้ายและรอบคัดเลือก)

ขณะที่สเปนเองก็แน่นอนจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถิติที่หากพวกเขาขึ้นนำคู่ต่อสู้ก่อน 1-0 เมื่อใด ทีมเก็บชัยชนะมาได้เกินกว่า 40 เกมเข้าไปแล้ว แต่ในฟุตบอลโลกนั้นก็มีสถิติที่ว่าทีมไหนแพ้เกมแรก ยังไม่เคยไปถึงแชมป์เลย (กระทิงดุแพ้สวิตเซอร์แลนด์ 0-1)

11 ก.ค.นี้ล่ะครับ ที่บทสรุปทุกอย่างจะถูกเฉลย ว่าฮอลแลนด์ ซึ่งผิดหวังมาแล้ว 2 ครั้ง ลุ้นครั้งที่ 3 จะเธิร์ดไทม์ ลัคกี้ หรือไม่ หรือว่าจะเป็นสเปน ที่ได้ฉลองแชมป์ฟุตบอลโลกหนแรก หลังจากที่รอคอยมาแสนนาน

เนเธอร์แลนด์-สเปน

สนาม : ซอคเกอร์ ซิตี้ สเตเดี้ยม  เวลาแข่ง 01.30 น.

ผู้ตัดสิน : โฮเวิร์ด เวบบ์ (อังกฤษ)

อุณหภูมิ : 5 องศาเซลเซียส สภาพอากาศ : ฟ้าโปร่ง

สถิติที่เคยพบกัน 3 นัดหลังสุด : เนเธอร์แลนด์ ชนะ สเปน 1-0 (27/03/2002) สเปน แพ้ เนเธอร์แลนด์ 1-2 (15/11/2000) เนเธอร์แลนด์ ชนะ สเปน 2-1 (16/11/1983)

เส้นทางที่ผ่านมา

รอบแรก
เนเธอร์แลนด์ (ฮอลแลนด์)
ชนะ แคเมอรูน 2-1
ชนะ ญี่ปุ่น 1-0
ชนะ เดนมาร์ก 2-0

สเปน
ชนะ ชิลี 2-1
ชนะ ฮอนดูรัส 2-0
แพ้ สวิตเซอร์แลนด์ 0-1

รอบ 16 ทีมสุดท้าย
เนเธอร์แลนด์ ชนะ สโลวาเกีย 2-1
สเปน ชนะ โปรตุเกส 1-0

รอบ 8 ทีมสุดท้าย
เนเธอร์แลนด์ ชนะ บราซิล 2-1
สเปน ชนะ ปารากวัย 1-0

รอบรองชนะเลิศ
เนเธอร์แลนด์ ชนะ อุรุกวัย 3-2
สเปน ชนะ เยอรมัน 1-0

ทีมอัศวินสีส้ม เนเธอร์แลนด์ รองแชมป์โลก 2 สมัย ได้ผ่านเข้ามาชิงเป็นครั้งที่ 3 จึงหวังที่จะคว้าแชมป์ครั้งแรกกลับบ้านให้ได้

ทีมชุดนี้ทำสถิติไม่แพ้ใคร 25 นัดติดต่อกันแล้ว และ 6 นัดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็ชนะรวดด้วย และ 3 นัดหลังสุดที่พบกับสเปน ก็ชนะรวดอีกต่างหาก

นัดสำคัญนี้ โค้ช "เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจ์" เตรียมส่ง 2 นักเตะตัวหลักที่พ้นโทษกลับมาลงตัวจริงคือ "เกรกอรี ฟาน เดอร์ วีล" แบ็กขวาดาวรุ่ง กับ "ไนเจล เดอ ยอง" กองกลางตัวรับ ส่วนตำแหน่งอื่นน่าจะเป็นชุดเดิมจากนัดก่อนทั้งหมด

ขุนพลกระทิงดุ สเปน มุ่งมั่นซิวแชมป์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์เช่นเดียวกับคู่แข่งอย่างเนเธอร์แลนด์ สถิติของทีมก็ใช่ย่อย แพ้ 2 ครั้งจาก 54 เกมหลังสุด

โค้ช "บิเซนเต เดล บอสเก" เตรียมจัดทัพชุดเดิมกับที่เขี่ยเยอรมันในนัดก่อนลงเล่นในนัดนี้ เท่ากับว่า "เฟอร์นันโด ตอร์เรส" ต้องนั่งเป็นตัวสำรองต่อไป ขณะที่ "เปโดร" ที่ได้โอกาสลงตัวจริงเล่นได้วูบวาบกว่าในตอนนี้

ส่วน "เชส ฟาเบรกาส" กองกลางตัวรุกอีกรายที่น่าจะเป็นตัวสำรองเช่นกัน เพราะอาการเจ็บขายังไม่ดีขึ้น

ความน่าจะเป็นของเกม : ทั้งคู่เคยพบกันทั้งหมด 9 ครั้ง ชนะ 4 ครั้งเท่ากัน ที่เหลือเสมอ แต่ 3 นัดหลังสุด เนเธอร์แลนด์ชนะรวด เทียบฟอร์มล่าสุดโดยรวมค่อนข้างสูสี แต่ถ้าวัดกันที่เกมรุก ดัตช์เหนือกว่า เพราะตอนนี้ทำไปแล้ว 12 ประตู ขณะที่กระทิงยิงได้ 7 แต่สเปนมีแนวรับแข็งแกร่งกว่า เสียเพียง 2 ประตู ส่วนทีมอัสวินสีส้มเสีย 5 ประตู ดูแล้วทีมที่จะเป็นแชมป์น่าจะเป็นทีมที่เน้นเกมรุก และอันตรายในจังหวะเข้าทำประตู ซึ่งเนเธอร์แลนด์โดดเด่นตรงจุดนี้ จึงน่าจะเป็นฝ่ายเฉือนชนะไป 2-1 คว้าแชมป์สมัยแรกไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่   

รายชื่อนักเตะทั้ง 2 ทีมที่คาดว่าจะลง
เนเธอร์แลนด์ : สเตเคเลนเบิร์ก, ฟาน เดอร์ วีล, ไฮติงกา, มาไธเซน, ฟาน บรองค์ฮอร์สท์, ร็อบเบน, ฟาน บอมเมล, สไนเดอร์, เดอ ยอง, เคาท์, ฟาน เพอร์ซี

สเปน : กาซิยาส, รามอส, ปูโยล, ปิเก, แกปเดบิลา, อิเนียสตา, อลอนโซ, ซาบี, บุสเกตส์, เปโดร, บีญา



|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฏาคม 2010 เวลา 17:29 น.
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช