|
แกะรอยข่าว'ศิธ สมมนตรี' ก้าวข้ามการเมืองในสภาฯแบบเดิมๆ |
|
วันพุธที่ 02 มิถุนายน 2010 เวลา 10:05 น. |

แกะรอยข่าว'ศิธ สมมนตรี' ก้าวข้ามการเมืองในสภาฯแบบเดิมๆ
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ มีวาระสำคัญเพื่อลงคะแนนอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลในเวลา 10.00 น. วันนี้ (2 มิ.ย. 2553) ก็เริ่มมีข่าวเรื่องพรรคร่วมรัฐบาล พรรคเพื่อแผ่นดิน จะไม่โหวตไว้วางใจรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย (นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล และนายโสภณ ซารัมย์) เพราะเคือง ที่ได้รับงบประมาณ หรือโครงการพัฒนาในพื้นที่ จ.นครราชสีมา น้อยกว่า ซึ่งเป็นการเมืองแบบเก่าๆ ที่ควรก้าวข้าม
การเมืองในระบบรัฐสภาไทย การแบ่งโควต้า แก่งแย่งผลประโยชน์กันนั้น มีมานมนานจนไม่สามารถสลัดออกจากภาพความเป็นจริงได้ และลามไปถึงการแบ่งโควต้ารัฐมนตรี ของแต่ละกระทรวงในช่วงของการเจรจาตั้งรัฐบาล
เพราะฉะนั้น การที่พรรคเพื่อแผ่นดิน จะไม่สนับสนุนเพียงเพราะเรื่องการช่วงชิงโครงการเพื่อจะได้นำไปหาเสียงในพื้นที่ของตน ก็เท่ากับเป็นการเมืองรูปแบบเดิมๆ ที่น่ารังเกียจ เพราะต้องไม่ลืมว่า พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่มีรัฐมนตรีกระทรวงไอซีที ดำเนินโครงการที่ตั้งศูนย์เทคโนโลยีระดับตำบาลทุกพื้นที่ ก็เป็นการปูพรมหาเสียงไปทั่วประเทศอยู่แล้ว
การเมืองแบบเดิมๆ จะวัดกันที่คะแนนเสียงไว้วางใจรัฐมนตรี ใครได้มากที่สุด ใครได้น้อยที่สุด และจะเป็นเหตุนำมาอ้างให้ปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งก็ควรที่จะก้าวข้ามประเด็นนี้ไปเสียง ควรดูที่เนื้อหาที่รัฐมนตรีแต่ละท่านชี้แจง หักลบกับข้อมูลที่พรรคฝ่ายค้านนำมาอภิปรายมากกว่า แล้วมาพิจารณากันด้วยความเป็นจริงว่าสมควรปล่อยให้เป็นรัฐมนตรีบริหารราชการแป่นดินต่อไปอีกหรือไม่
นอกจากนั้น การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้เป็นการยื่นถอดถอนรัฐมนตรีด้วย จะต้องรอผลการสอบสวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรงนี้ต่างหากที่จะเป็นตัวชี้วัด ว่า คำวินิจฉัยของป.ป.ช.จะชี้วัดการปรับคณะรัฐมนตรี ไม่ใช้เสียงโหวตในสภาแต่อย่างใด
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 03 มิถุนายน 2010 เวลา 07:44 น. |