|
แกะรอยข่าว'ศิธ สมมนตรี' "งูเห่า"ในรัฐบาล"อภิสิทธิ์" |
|
วันพฤหัสบดีที่ 03 มิถุนายน 2010 เวลา 07:38 น. |
 ภาพจากoknation แกะรอยข่าว'ศิธ สมมนตรี' "งูเห่า"ในรัฐบาล"อภิสิทธิ์"
เมื่อวานชวนให้ก้าวข้ามการเมืองแบบเดิมๆ ในสภาผู้แทนราษฎร เลิกใส่ใจคะแนนเสียงที่ใครได้มากได้น้อย แล้วพิสูจน์กันว่าใครทำงานได้จริง และไม่มีเรื่องทุจริตเข้ามาข้องแวะ (จริง) และนอกจากส.ส.จะประเมินตรงนี้แล้ว ตัวนายกรัฐมนตรี ก็ต้องกล้าตัดสินใจปรับรัฐมนตรีที่มีปัญหาด้านคุณสมบัติในเรื่องความซื่อสัตย์ออกไป
ความจริงนั้น เวลาของรัฐบาล เหลือน้อยเต็มที แม้ว่ารัฐบาลจะมีสิทธิอยู่จนครบเทอมก็อาจจะได้เห็นการยุบสภาในเดือนตุลาคม หรือพฤศจิกายน นี้ (ผ่านพ.ร.บ.งบประมาณ2554 เป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำในสมัยประชุมนิติบัญญัติ ซึ่งฝ่ายค้านจะซักฟอกไม่ได้) และได้เห็นการเลือกตั้งกัน ต้นปี 2554 ซึ่งก็ตรงกับโรดแมปของนานอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี
แต่การเมืองก็ไม่อาจก้าวข้ามการเมืองแบบเดิมๆ ในรัฐสภาได้
พรรคภูมิใจไทยที่รัฐมนตรี 2 คนของพรรค (นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล ได้ 236 เสียง นายโสภณ ซารัมย์ ได้ 234 เสียง) ได้คะแนนน้อยที่สุด ก็มาตีโพยตีพายว่าพรรคร่วมรัฐบาลหักหลัง ไม่มีมารยาท และไม่ให้เกียรติพรรคร่วม
กรณีนี้มองได้ 2 ทาง คือ
ทางหนึ่ง พรรคร่วมนั้นได้ใช้เอกสิทธิ์ส.ส.ที่จะเชื่อว่า รัฐมนตรี (ภูมิใจไทย) ผู้นั้นมีการทุจริต เป็นการบอกนายกรัฐมนตรี ว่า ควรปรับรัฐมนตรีผู้ที่มีปัญหาไปเสีย จึงใช้สิทธิตามเอกสิทธิที่มีไว้ในรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องตกอยู่ในอาณัติของพรรค หรือของใคร
ทางที่สอง คือ การต่อรองพรรคร่วมรัฐบาล ในปมซึ่งเป็นปมความขัดแย้งคือการจัดสรรงบประมาณในจังหวัดโคราช ก็เลยต้องใช้เสียงส.ส.ของฝ่ายตน ลงมติเพื่อใช้ต่อรอง และมา "เกี้ยเซี๊ยะ" เรื่องบประมาณ กันในภายหลัง
ไม่ว่าจะทางหนึ่งทางใด พรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ไว้วางใจพรรคเพื่อแผ่นดินอีกต่อไป และหากยัง "อุ้มสม" กันต่อไปก็ทำงานแบบสวมหน้ากากเข้าหากันรอวัน "เอาคืน"
ประเด็นนี้พรรคภูมิใจไทย ถือว่าตัวเองมี "แต้มต่อ" เพราะแม้ตัวเลขที่กางออกมาจะชี้ว่ามีส.ส. 32 ที่นั่ง แต่เอาเข้าจริงๆ ก็มีส.ส.กาเหว่า ที่ภูมิใจไทย ไปฝากเอาไว้ที่พรรคการเมืองอื่นอีกหลายคน ตัวเลขที่มีอยู่เวลานี้ภูมิใจไทย จึงกล้าการันตัว่า มีส.ส. 46 ที่นั่ง
เป็นพรรคเพื่อแผ่นดิน ต่างหากที่หากแยกน้ำแยกปลาแล้ว เนื้อแท้ของเพื่อแผ่นดิน ก็มีแค่ 14 ที่นั่ง ตามคำกล่าวอ้างของพรรคภูมิใจไทย โดย 14 ที่นั่งเป็นของ 3 มุ้งคือ มุ้งพินิจ จารุสมบัติ มุ้งไพโรจน์ สุวรรณฉวี มุ้งเกษม รุ่งธนเกียรติ แต่ในส่วน มุ้งของสุชาติ ตันเจริญ นั้น ว่ากันว่าเตรียมบินปร๋อไปซบพรรคภูมิใจไทย ในอีกไม่ช้า
และว่ากันว่า นี่คือเหตุผลที่พรรคภูมิใจไทย ยื่นเงื่อนไขให้พรรคประชาธิปัตย์ ให้นายกรัฐมนตรี ต้องปรับพรรคเพื่อแผ่นดินพ้นรัฐบาล เพราะมีการตกลงรับ "ส.ส.งูเห่า" เข้ามาสังกัดในฐานะส่วนตัวไปพลางก่อนแล้ว
ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่บอกว่าจะคุยกับพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ไม่เคลียร์ใจพรรคร่วมอย่างภูมิใจไทย ทำให้เห็นสายใยผลประโยชน์ที่ยังอาวรณ์ โดยเฉพาะผลประโยชน์ที่มาจาก 2 กระทรวงหลัก คือกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงไอซีที ทราบกันดีว่า 2 กระทรวงนี้ "ไพโรจน์-พินิจ" เป็นรัฐมนตรีเงาตัวจริง
การที่พรรคเพื่อแผ่นดินจะเดินออกจากพรรคร่วมรัฐบาล หรือโดนเขียออกจากรัฐบาล จึงหมายถึงง้างปากช้างเพื่อเอา "อ้อย" ออกจากปากช้าง ซึ่งยากกว่า ช้างจะคายอ้อยที่อยู่ในปากมันเอง
|