|
แกะรอยข่าว'ศิธ สมมนตรี "นายกฯ-กรณ์"ไร้มลทิน"เอสเอ็มเอส" |
|
วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฏาคม 2010 เวลา 20:30 น. |

แกะรอยข่าว'ศิธ สมมนตรี "นายกฯ-กรณ์"ไร้มลทิน"เอสเอ็มเอส"
คดีที่กำลังฮือฮาในเวลานี้ เห็นจะไม่พ้นกรณี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และ นายกรณ์ จาติกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอให้บริษัทโทรศัพท์ เคลื่อนที่ ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน ส่งข้อความสั้น SMS จากนายกรัฐมนตรี ไปยังประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์ทั้ง 3 เครือข่าย (เอไอเอส ดีแทค ทรู) เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2551 จำนวน 17.2 ล้านเลขหมาย ซึ่งมีคนคิดคำณวนเป็นเงิน ค่าส่ง sms ครั้งละ 3 บาท ก็เป็นเงินหลายล้านบาท
ทั้งนี้ ตามกฎหมายคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นั้น กรณี SMS ถือเป็นการรับทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์ที่มีมูลค่าเกิน 3,000 บาท
สำหรับมูลค่า 3,000 บาทนั้น ถ้าจะให้ "สมฐานานุรูป" หมายความว่าพ่อให้ลูก อาจจะมากกว่า 3,000 บาท ซึ่งจะเป็น 3,000 ล้าน 30,000 ล้านบาทก็ได้ ไม่ถือว่าผิดกฎหมายป.ป.ช. แต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม กรณีที่ว่าได้ประโยชน์จากการส่ง SMS นั้นไม่เคยมีการพิสูจน์ข้อกฎหมายนี้ เพราะไม่ใช่ทรัพย์สิน หรือเงินทอง หรือที่อาจคำณวนเป็นเงินได้ แม้จะตกลงประการใดก็ตาม
เพราะฉะนั้น การส่ง SMS ครั้งละ 3 บาทจะตีความว่า ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐคนนั้น "ได้ประโยชน์แก่ตนเอง" ถ้าตีความอย่างนั้นอะไรที่ "เป็นประโยชน์" ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้
หรือถ้าจะ "ตีความตามมูลค่า" ว่าการส่ง SMS นั้น ทำให้นักการเมืองผู้นั้นได้รับ "ประโยน์" คือ "ชื่อเสียง" ซึ่งไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ ตรงนี้ก็ไม่เคยมีการตีความเป็น "บรรทัดฐาน" มาก่อน ว่า "ชื่อเสียง" มีมูลค่าเท่าใด
ฟันธงตรงนี้ ไม่ว่า ป.ป.ช.จะวินิจฉัยวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ หรือวันต่อๆ ไป ป.ป.ช.ก็คงจะหาข้อกฎหมาย มา "มัด" ให้กรณีนายกฯ ส่งเอสเอ็มเอส มีความผิด จึงเป็นไปไม่ได้
|