ป้ายโฆษณา
Atnn Online :
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
"กษิต"ลั่นอธิปไตยยังเป็นของไทย100%ยอมเจรจาที่ทับซ้อน
วันศุกร์ที่ 30 กรกฏาคม 2010 เวลา 22:19 น.
|



รวม.ต่างประเทศ ยินดีผู้แทนไทยประสบความสำเร็จเลื่อนพิจารณาแผนจัดการพื้นที่รอบพระวิหาร ขอบคุณประธานคณะกรรมการมรดกโลก ชาวบราซิล ช่วยไกล่เกลี่ยข้อต่าง ลั่น อธิปไตยยังเป็นของไทย 100 % ยันพื้นที่ทับซ้อนต้องเจรจา ยกกรณีรัฐเซีย นอร์เวย์ ยังต้องใช้เวลาถึง 40 ปี ระบุ การผนวกชื่อปราสาทพระวิหาร ไม่ใช่ยอมรับเขมรขึ้นทะเบียน

ภูเก็ต (30 ก.ค.)
นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ว่าขอแสดงความยินดีกับคณะผู้แทนไทยที่ประสบความสำเร็จกรณีการเลื่อนการพิจารณาแผนบริหารจัดการพื้นที่รอบปราสาทพระวิหารออกไปอีก 1 ปี ทำให้เรามีเวลาเจราจาเรื่องเขตแดนอีก 12 เดือน และขอขอบคุณประธานคณะกรรมการมรดกโลกจากประเทศบราซิล ที่ไกล่เกลี่ยข้อต่างของสองประเทศได้สำเร็จ

ทั้งนี้ ยังมีข้อติดขัดคือเรื่องผลการประชุมคณะกรรมการปักปันเขตแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 3 ฉบับ ที่ผ่านมติครม.แล้ว แต่เมื่อนำเข้าสภากลับมีการถอนร่างออกมาก่อน อย่างไรก็ตามคาด ว่าจะสามารถนำเข้าสภาได้อีกครั้งก่อนสิ้นปี 2553 ซึ่งหากสภาเห็นชอบก็สามารถดำเนินการได้เลย

สำหรับเรื่องการบริหารจัดการรอบปราสาทพระวิหาร นั้น ขณะนี้ยังติดตรงที่คำเรียกปราสาทพระวิหารที่ประเทศกัมพูชา เรียกว่า พระวิเหี๊ยะ แต่เราขอให้เรียกว่า ปราสาทพระวิหาร เพราะเป็นคำของสองประเทศที่จะใช้คู่กันตามหลักสากล และตามหลักการประนีประนอม ซึ่งหากกัมพูชาเห็นชอบเมื่อไหร่เราก็นำเข้าสู่สภาได้ทันที

"ผมอยากฝากถึงประเทศกัมพูชาด้วยว่า อะไรที่อะลุ่มอะหล่วยได้ ก็ขอให้อะลุ่มอะหล่วย เช่น การตั้งหมู่บ้านในพื้นที่ข้อพิพาทขอให้ปฏิบัติตามเอ็มโอยู 2543 ทั้งนี้ การให้สัมภาษณ์ของผมวันนี้เป็นการพูดดังๆ ผ่านสื่อมวลชน เพื่อให้กัมพูชาทราบว่าไทยยืนยันว่าอธิปไตยยังเป็นของเราร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่พื้นที่ที่ซ้อนเป็นเรื่องที่ต้องเจรจากัน"

นายกษิต กล่าวว่า เรื่องปัญหาการผนวกชื่อนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่การยอมรับกรณีที่กัมพูชาไปขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก ส่วนกรณีที่ฝ่ายความมั่นคงประเมินว่ากัมพูชาจะตอบโต้ประเทศไทยโดยขนคนเข้ามาอยู่ในพื้นที่ข้อพิพาทนั้น ตนไม่ทราบ เป็นเรื่องของฝ่ายความมั่นคง กระทรวงต่างประเทศมีหน้าที่รักษาสันติภาพและเจรจาตามกรอบเอ็มโอยู 2543 รวมทั้งผลการประชุมคณะกรรมการปักปันเขตแดนไทยกัมพูชา ที่สำคัญภายในประเทศก็ต้องไม่ทำให้เกิดความรู้สึกเกลียดชังกัน ต้องขออ้อนวอนคนไทยว่าขณะนี้กำลังเริ่มเจราจาใหม่ 

ต่อข้อถามว่า ประเทศไทยขวางกัมพูชามาแล้ว 2 ครั้งแล้วจะมีการประนีประนอมได้อย่างไร นายกษิต กล่าวว่า ตนไม่ได้มองว่าเป็นความขัดแย้ง แต่เป็นการดำเนินการเพื่อให้มีการเจรจา ส่วนมั่นใจได้อย่างไรว่าในปีหน้าเราจะไม่เสียประโยชน์อีก นายกษิต กล่าวว่า คนเป็น รมว.ต่างประเทศ ต้องดำเนินการตามครรลอง เรื่องการปักปันเขตแดนนั้นเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ยกตัวอย่างประเทศรัสเซีย และนอร์เวย์ ที่มีปัญหานั้น ก็ใช้เวลาถึง 40 ปี



|
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช