ป้ายโฆษณา
Atnn Online :
ป้ายโฆษณา
ป้ายโฆษณา
มหากาพย์"ทีพีไอ"(2)
วันศุกร์ที่ 30 กรกฏาคม 2010 เวลา 11:05 น.
|

 

ตอนที่ 2 แฉ"นายใหญ่"เบี้ยวข้อตกลง ส่งลิ่วล้อเข้ายึดทีพีไอ

หลังจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งขับร่างทรงเจ้าหนี้อย่างอีพีแอลพ้นจากการเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการทีพีไอ ซึ่งในเสี้ยววินาทีของรอยต่อช่วงเวลาที่เฟ้นหาผู้บริหารแผนคนใหม่ ซึ่งจะต้องมีการบันทึกเบื้องหลังที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนไว้ในที่นี้ว่า "ทีพีไอยังหนีไม่พ้นวิบากกรรม" เข้าทำนอง "หนีเสือปะจระเข้"เหมือนเดิม

เนื่องจากมีเบื้องหลังที่น่าสนใจในการแต่งตั้งตัวแทนของกระทรวงการคลังโดยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ โดยส่งตัวแทนเข้ายึดทีพีไอ ประกอบด้วย "พล.อ.มงคล อัมพรพิศิษฐ์ นายพละ สุขเวช นายปกรณ์ มาลากุล ณ อยุธยา นายอารีย์ วงศ์อารยะ และนายทนง พิทยะ ผู้ใกล้ชิดนายใหญ่หรือเจ้าของฉายา "ยาสามัญประจำบ้านจันทร์ส่องเหล้า"  ในคำสั่งศาลล้มละลายกลางชัดเจนว่า "ให้เจ้าหนี้และลูกหนี้เสนอแทนฝ่ายละ 7 คนหรือรวมทั้งหมด 14 คน

โดยรัฐบาลจะต้องเลือกตัวแทน 3-4 คนและที่สำคัญรัฐบาลต้องเลือกบุคคลกลาง 1 คน เพื่อเข้าร่วมเป็นคณะผู้บริหารแผนฯ ดังนั้น จึงมีการประชุมลับร่วมกัน โดยบัญชาของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีผู้เรืองอำนาจสูงสุดในสมัยนั้นที่บ้านพิษณุโลก ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมกันในวันนั้น ประกอบด้วย นายชาติศิริ โสภณพนิชนายโฆษิต ปั้นเปี่ยมรัฐ ในฐานะตัวแทนเจ้าหนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายสุชาติ เชาวิศิษฐ์(เสียชีวิตแล้ว) พล.อ.มงคล อัมพรพิศิษฐ์และนายอารีย์ วงศ์อารยะ ในฐานะตัวแทนรัฐบาล

และนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ในฐานะตัวแทนฝ่ายลูกหนี้ หรือกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม ซึ่งที่ประชุมมีการข้อตกลงร่วมกันว่า จะส่งตัวแทนเจ้าหนี้และลูกหนี้เข้าร่วมเป็นคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการทีพีไอชุดใหม่ร่วมกัน"

แต่ในที่สุดทางกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้นำรัฐบาลในเวลานั้น กลับ "เบี้ยวข้อตกลง" ไปดื้อ ๆ หลังจาก "มีม่านผลประโยชน์มหาศาลของทีพีไอเข้าบังตา" โดยการปฎิเสธส่งคนกลางเข้าเป็นผู้บริหารแผนชุดใหม่ และได้ส่งตัวแทนของกระทรวงการคลังและตัวแทนของนายใหญ่ชนิดทั้งดุ้นเข้าเป็นผู้บริหารแผนชุดใหม่ เสียบแทนร่างทรงเจ้าหนี้อย่างอีพีแอล

จากพฤติกรรมฉาวโฉ่ของ "นายใหญ่และเจ้าหนี้"ที่จับมือกันส่งคนของตัวเองเข้ายึดทีพีไอดังกล่าว เป็นการพิสูจน์ถึง "ต้นเหตุของการทำผิดกฏหมายตั้งแต่เริ่มแรก" โดยเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง ที่ต้องการให้มีตัวแทนของเจ้าหนี้และลูกหนี้ร่วมกันฟื้นฟูกิจการทีพีไออย่างชัดเจน

แต่ในเวลานั้นไม่มีใครสามารถต้านทานอำนาจมืดทางการเมืองของเครือข่ายนายใหญ่ได้ ต่อมาจึงเกิดเรื่องฉาวโฉ่เหม็นหึ่งไปทั่ว จากพฤติกรรมการเข้าปล้นทีพีไอรอบสองของตัวแทนกระทรวงการคลังในยุคนายใหญ่ครองเมือง ทั้งจากการตั้งค่าตอบแทนคณะผู้บริหารแผนสูงลิบลิ่ว โดยพล.อ.มงคล อัมพรพิสิฎร์ ในฐานะประธานรับเละถึงเดือนละ 1 ล้านบาท(หนึ่งล้านบาท) และกรรมการอีกคนละ 750,000 บาทต่อเดือน ที่ปรึกษา 4 รายคือ นายนิพัทธ พุกะณะสุต นายวิจิตร สุพินิจ นายวิเชียร วิริยะประสิทธิ์ และดร.วีรพงษ์ รามางกูร รับเงินทีพีไอรายละ 200,000 บาท และเบี้ยประชุมครั้งละ 50,000 บาท

ยังไม่รวมถึงการให้กลุ่มบุคคลใกล้ชิดตั้งบริษัท ซินเนอจี โซลูชั่น จำกัด ที่มีออฟฟิศเป็นเพียงห้องชุดร้างในโครงการคอนโดมิเนี่ยมของศุภาลัย ซอยพหลโยธิน21 เพื่อเข้ามาผ่องถ่ายเงินทีพีไอเดือนละ 20 ล้านบาท

รวมถึงปฎิบัติการเย้ยกฎหมายโดยการ "ฟอกเงิน" โดยอ้างว่าเป็น "ค่าบริการ"หรือ "ค่าจัดซื้อเม็ดพลาสติก"ผ่านบริษัท โพลีเมอร์ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด ตกเดือนละกว่า 20 ล้านบาท โดยศาลล้มละลายกลางไม่เคยบอกว่า เป็นการกระทำที่ถูกต้อง แต่บอกว่าเป็นเงินแค่จำนวนน้อยเทียบกับทรัพย์สินของทีพีไอ และขอร้องให้ผู้บริหารแผนเลิกกระทำความผิดนี้ต่อไป ตรงกันข้าม ถ้ามีผู้กระทำผิดต่อกระทรวงการคลังเป็นเงินเดือนละ 20 ล้านบาท ไม่ทราบว่า ป.ป.ช.จะถือว่าเป็นความผิดเล็กน้อยหรือไม่

นอกจากนี้ ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่มาเป็นที่ปรึกษา ซึ่งในเรื่องนี้ในวงการระบุว่า "เป็นการขายความลับในการทำธุรกิจอุตสาหกรรมปิโตรเคมีให้กับต่างชาติ"กันอย่างน่าละอายที่สุดกรณีหนึ่ง!! 



|
แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 30 กรกฏาคม 2010 เวลา 11:21 น.
 

เพิ่มคอมเมนต์ใหม่


รหัสป้องกันความปลอดภัย
รีเฟรช